น้ำหอม 5 ประเภทที่ต้องรู้! EDP, EDT, EDC คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำหอม 5 ประเภทที่ต้องรู้! EDP, EDT, EDC คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?

การเลือกซื้อน้ำหอม เรามักให้ความสำคัญกับ “กลิ่น” ของน้ำหอม จนละเลย “ประเภท” ของน้ำหอมที่เรากำลังจะซื้อ คนรักน้ำหอม คงพอรู้และเข้าใจความหมายของน้ำหอมประเภท EDP, EDT, EDC ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร แต่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหลงไหลเสน่ห์ของน้ำหอม อาจจะยังไม่เข้าใจเท่าไร วันนี้เราจะมาบอกประเภทของน้ำหอมทั้ง 5 แบบ จะได้เลือกความหอมได้ถูกต้องตามการใช้งาน เพราะ “กลิ่นตัวเหม็น” คือหนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุดที่จะทำลายบุคลิกภาพที่ดี

การจัดการกลิ่นตัวของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ช่วยให้ดูดีขึ้นได้อย่างมาก การหาน้ำหอมคุณภาพดีมาใช้ จะช่วยสร้างเสน่ห์ให้เราได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เราจึงขอนำประเภทของน้ำหอมแต่ละแบบมาอธิบายความแตกต่าง โดยจัดประเภทตามความเข้มข้นของน้ำหอม ซึ่งเราจะสังเกตเห็นคำศัพท์เหล่านี้ได้บนกล่องหรือที่ขวดน้ำหอม เพื่อให้ซื้อน้ำหอมได้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น

น้ำหอม 5 ประเภทที่ต้องรู้!

  1. น้ำหอมประเภท Parfum หรือ Perfume
  2. น้ำหอมประเภท Eau de Parfum หรือ EDP
  3. น้ำหอมประเภท Eau de Toilette หรือ EDT
  4. น้ำหอมประเภท Eau de Cologne หรือ EDC
  5. น้ำหอมประเภท Eau Fraiche

#1: น้ำหอมประเภท Parfum หรือ Perfume

น้ำหอมประเภท Parfum หรือ Perfume

น้ำหอมประเภท “Parfum” หรือ “Perfume” หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตัวเดียวกันกับ “Eau de Parfum” นั้นเป็นคนละตัวกันนะ น้ำหอมประเภทนี้จะมีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมมากที่สุด จึงมีเนื้อสัมผัสที่ “มันวาว” มากกว่าน้ำหอมชนิดอื่นๆ เหมือนกับน้ำหอมแบรนด์ Blotto Fragrance ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหัวน้ำหอมที่มากกว่านั่นเอง ด้วยความเข้มข้นที่มากขนาดนี้มันจึงมีราคาที่แพงกว่าน้ำหอมประเภทอื่น และกลิ่นจะอยู่ติดตัวเราได้ทนกว่า โดยอาจจะติดตัวได้นานถึง 12-24 ชั่วโมงได้เลย


#2: น้ำหอมประเภท Eau de Parfum หรือ EDP

น้ำหอมประเภท Eau de Parfum หรือ EDP

น้ำหอมประเภท Eau de Parfum หรือ EDP  สามารถกระจายกลิ่นได้ดี และมีความติดทนประมาณ 6-8 ชั่วโมง จากความเข้มข้นที่สุด น้ำหอมของแบรนด์ Blotto Fragrance จะจัดอยู่ในประเภท EDP แต่สิ่งที่พิเศษกว่าก็คือ เราใช้สูตรเฉพาะของแบรนด์ ทำให้มีความติดทนนานกว่า 8-15 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว กลิ่นก็จะชัดและแรงตามความเข้มข้นของน้ำหอมนั้นไปด้วย

แต่ก็มีบางกลิ่นที่มีความหอมอ่อนและติดทนน้อย ดังนั้นการเลือกฉีดน้ำหอมแท้ประเภท EDP จึงควรดูความพอเหมาะ เพื่อการสร้างเสน่ห์ที่ไม่ทำร้ายคนรอบข้างจนเกินไป


#3: น้ำหอมประเภท Eau de Toilette หรือ EDT

น้ำหอมประเภท Eau de Toilette หรือ EDT

น้ำหอมประเภท EDT หรือ Eau de Toilette เราจะพบเห็นได้บ่อยที่สุดตามเคาท์เตอร์ต่างๆ จะมีหัวน้ำหอมผสมอยู่ประมาณ 5%-15% (ส่วนใหญ่จะใส่อยู่ที่ราว 10%) จะมีราคาถูกกว่า Eau de Parfum มีกลิ่นติดอยู่บนตัวเราได้ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นว่ามากน้อยแค่ไหน

สำหรับบางคนก็ชอบใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนๆ น้ำหอมประเภท EDT ดูจะตอบโจทย์มากกว่า ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าเราซื้อน้ำหอมจากเคาท์เตอร์แล้วมันอยู่ได้แค่ 3-5 ชั่วโมงกลิ่นก็เริ่มจาง


#4: น้ำหอมประเภท Eau de Cologne หรือ EDC

น้ำหอม 5 ประเภทที่ต้องรู้! EDP, EDT, EDC คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำหอมประเภท Eau de Cologne หรือ EDC ที่เรามักเรียกกันสั้นๆว่า โคโลญจน์ นั่นเอง เป็นน้ำหอมที่ให้ความหอมแบบอ่อนๆ กลิ่นจางเร็วที่สุดจากส่วนผสมของน้ำมันหอมที่เจือจางที่สุด

เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือแนวกลิ่นที่เน้นความสดชื่นสดใสแบบบางเบา และมีราคาถูกที่สุด คงความหอมได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่สามารถเติมได้ตลอดระหว่างวัน น้ำหอมประเภทนี้จะมีหัวน้ำหอมประมาณ 2%-4% เท่านั้น


#5: น้ำหอมประเภท Eau Fraiche

น้ำหอมประเภท Eau Fraiche

น้ำหอมประเภท Eau Fraiche คือน้ำหอมประเภทที่เจือจางที่สุด โดยมีส่วนผสมของน้ำมันหัวน้ำหอมแค่ 1%-3% เท่านั้น นอกนั้นอีกกว่า 97% จะเป็นแอลกอฮอล์กับน้ำ จะเป็นน้ำหอมประเภทนี้จึงมีกลิ่นอ่อน และกลิ่นของน้ำหอมจะอยู่บนตัวไม่ทนนัก ความหอมจะติดเพียงแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง กลิ่นของน้ำหอมแบบ Eau Fraiche ก็จะหายไปจนเกือบหมด

หากเรารู้ประเภทของน้ำหอมต่างๆกันแล้ว คงได้ความรู้ไปใช้ในการเลือกน้ำหอมที่เหมาะกับตัวเอง เลือกที่ชอบและใช้ให้เหมาะกับงาน ในปริมาณที่ลงตัว แล้วคุณจะเป็นคนที่มีเสน่ห์จากการใช้น้ำหอม จะทำให้คุณเป็นอีกคนที่น่าหลงใหลได้เลยล่ะ!!

สำหรับใครที่อยากใช้น้ำหอมให้ติดทนนานมากกว่าเดิม แนะนำให้อ่านบทความนี้เลย รับรองว่าใครทำตามจะทำให้น้ำหอมของเราติดทนนานมากยิ่งขึ้น >>> วิธีการใช้น้ำหอม: 11 เคล็ดลับในการทำให้น้ำหอมติดทนนานขึ้น

Recent Posts

เมนู